Welcome
Welcome to <strong>Punch-club Forum Index</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

เพิ่งรู้นะเนี่ย!

กลุ่มกระทู้ที่พูดคุยกันด้วยเรื่องเบาๆ สบายๆ คลายเครียด อาทิ ท่องเที่ยว, อาหารการกิน, กีฬา, บันเทิง, ภาพยนต์, เพลง, มุขตลกคลายเครียด และอื่นๆ

Moderator: Moderator Groups

เพิ่งรู้นะเนี่ย!

Postby +wizard+ on Thu Nov 29, 2007 11:36 am

สิ่งที่เราใช้ประจำแต่บางครั้งเราอาจจะละเลย



- ทำไมบางคนจึงไม่ใช้ปากกาแดงเขียนชื่อ

หมึกถูกคิดค้นเมื่อประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล เล่ากันว่าในอียิปต์โบราณมีจิตรกรมากมายที่วาดภาพด้วยหมึก แต่มีคนอยู่คนหนึ่งชอบใช้สีแดงเป็นพิเศษ จึงใช้สีแดงวาดพระพักตร์ของพระราชินี เมื่อพระราชินีทอดพระเนตรเห็นภาพเน้นแล้วก็กริ้ว พระทรงรู้สึกเหมือนว่าพระองค์ในภาพมีเลือดโชกจึงทรงสั่งให้นำตัวจิตรกรไปขังคุก นับแต่นั้นมาผู้คนจึงไม่ใช้หมึกสีแดงเขียนชื่อ ยกเว้นการตรวจแก้ตัวหนังสือ และเขียนชื่อคนที่เสียชีวิตแล้วเท่านั้น


- เส้นผมยาวได้วันละเท่าไร

เส้นผมมีการงอกทุกวันไม่มีหยุด ถึงจะเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่เวลาตัดก็ไม่รุสึกเจ็บ คนส่วนใหญ่มีผมประมาณ 1 แสนเส้น(ต่อหนึ่งศีรษะ) ในแต่ละวันจะมีผมร่วงเฉลี่ยวันละ 60 เส้น โอ้โห...แล้วอย่างนี้เราไม่หัวล้านในเร็ววันหรอฦ ไม่ต้องกังวล เพราะเส้นผมใหม่สามารถงอกชดเชยได้ในทันที อัตราการงอกของผมจะต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปเส้นผมสามารถงอกและยาวขึ้นได้เดือนละประมาณ 1 เซนติเมตร หรือราววันละ 0.33 มิลลิเมตร ในวันที่อากาศร้อน ผมจะงอกเร็วขึ้นด้วย และไม่มียาสระผมอะไรที่ทำให้ผมยาวพรึ่บๆได้ในไม่กี่วันอย่าหลงเชื่อโฆษณา


- ทำไมทารกแรกคลอดจึงร้องไห้ ??

เมื่อทารกคลอดออกมาจากครรภ์แม่ สิ่งแรกที่ทำคือ ร้องไห้ แต่ไม่ใช่เพราะเศร้าเสียใจหรอกนะ เป็นกลไกการหายใจต่างหาก เพราะขณะอยู่ในท้องแม่ ทารกได้รับสารอาหารและอากาศผ่านทางสายสะดือ แต่พอคลอดออกมาก็ต้องหายใจเอง สำหรับเด็กบางคนที่ไม่ร้องไห้คุณหมอก็จะต้องตบก้นเพื่อกระตุ้นให้เด็กร้องหรือให้หายใจนั่นเอง


- เรามีน้ำแข็งกินตั้งแต่เมื่อไร ??

ประมาณ 2,500 ปีก่อน ในประเทศจีนมีโกดังเก็บน้ำแข็งที่ชื่อว่า "บ้านรับตัดน้ำแข็ง"ซึ่งเก็บน้ำแข็งตั้งแต่ฤดูหนาว พอถึงฤดูร้อนก็นำน้ำแข็งออกมาใช้ สมัยนั้นน้ำแข็งมีราคาแพงมาก จึงมีแต่ฮ่องเต้และเหล่าขุนนางเท่านั้นที่มีเงินซื้อ ส่วนชาวกรีกและโรมันใช้วิธีตัดก้อนน้ำแข็งลงมาจากภูเขา แล้วเรียงเก็บไว้ระหว่างผนังห้องซึ่งทำไว้ 2 ชั้นจากนั้นนำดินและหญ้าแห้งมาเรียงรอบผนัง ทำเป็นห้องเย็นสำหรับเก็บเหล้าองุ่น สำหรับประเทศไทย คุณอเนก นาวิกมูล เล่าไว้ในหนังสือ แรกมีในสยาม ว่า น้ำแข็งมาถึงเมืองไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 มีหลักฐานปรากฏในหนังสือ ความทรงจำ พระนิพนธ์ในสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตอนที่ 1
น้ำแข็งถูกส่งมาทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยบรรจุไว้ในหีบแล้วกลบด้วยขี้ เลื่อย ล่องมากับเรือกลไฟ "เจ้าพระยา" ที่มีเส้นทางเดินเรือระหว่างกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ พระองค์โปรดเกล้าฯแจกจ่ายให้เจ้านาย และขุนนางผู้ใหญ่ได้ลองชิม เด็กๆในยุคนั้นตื่นเต้นมากที่ได้อมน้ำแข็งเล่น ขณะที่พวกผู้ใหญ่ไม่ค่อยชอบเพราะอมแล้วปวดฟัน ส่วนอีกหลายๆคนต่างแปลกใจที่คนสามารถ "ปั้นน้ำเป็นตัว" ได้จริงๆ


- ใครเป็นผู้ทำปฏิทินขึ้นใช้เป็นคนแรก

ชาวอียิปต์โบราณเป็นพวกแรกของโลกที่ทำปฏิทินใช้กัน เนื่องจากพวกเขาพบว่าการที่แม่น้ำไนล์เอ่อท่วมทุกปีมีความเกี่ยวข้องกับพระจันทร์เต็มดวงหรือพระจันทร์เสี้ยว แล้วปรากฏการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นอย่างซ้ำซาก ดังนั้นชาวอียิปต์จึงคำนวณเวลาจากดวงจันทร์ เมื่อดวงจันทร์เต็มดวง 1ครั้งก็นับเป็น 1 เดือน เมื่อดวงจันทร์เต็มดวงครบ 12 ครั้งก็เท่ากับ 1 ปี ดังนั้น 1 ปีจึงมี 12 เดือน


- ทำไมเวลาเราจั๊กจี้ตัวเองกลับไม่รู้สึกจั๊กจี้

เมื่อถูกคนอื่นจั๊กจี้ เรามักอดรู้สึกจั๊กจี้ไม่ได้ เหมือนเวลาเคาะที่หัวเข่า เข่าก็จะกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นปฏิกิริยาตอบกลับอัตโนมัติ แต่ที่แปลกคือ ทำไมเวลาเราจั๊กจี้ตัวเองกลับไม่รู้สึกจั๊กจี้ นั่นก็เพราะสมองของเรารู้ล่วงหน้าก่อนแล้ว จึงทำการระงับปฏิกิริยาตอบกลับที่จะรู้สึกจั๊กจี้นั้น แต่เมื่อผู้อื่นเป็นฝ่ายมาจั๊กจี้เรา สมองเราไม่ทันได้ทำการระงับปฏิกิริยาตอบกลับ เราจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ


- ป.ล.ท้ายจดหมายย่อมาจากอะไร

ป.ล.ย่อมากจากคำว่า ปัจฉิมลิขิต (ปัจฉิม = ภายหลัง ข้างหลังสุด ลิขิต= หนังสือ จดหมาย เขียน) ซึงได้แบบอย่างมาจากการเขียนจดหมายของฝรั่ง เป็นการเพิ่มเติมเนื้อความในจดหมายที่ต้องการบอก หลังจากที่เขียนจบและเซ็นชื่อไปแล้ว ภาษาอังฤษใช้คำว่า P.S. ซิ่งย่อมาจาก postscript (post=ข้างหลัง ส่วน script =ลายมือ ต้นฉบับ ข้อความ )
ถามเธอว่าจะลองนับหนึ่งด้วยกันไหม
ลุกขึ้นอีกครั้งแล้วเดินไปเคียงกัน
ฉันเดินไปกับเธอ แล้วเธอไปกับฉัน
อย่างนี้ก็ไม่หวั่น "ก้าวกันไปให้ถึงหนึ่งร้อย"
User avatar
+wizard+
Administrator
Administrator
 
Posts: 19
Joined: Wed Oct 24, 2007 5:49 pm
Location: มีสาระ.com

Postby Ton_All my Words on Thu Nov 29, 2007 7:15 pm

ขอบคุณ มากคับ ที่ เอาสาระดีๆๆ มาให้ได้ รู้ กัน อิอิ :lol:
ขอแค่เป็นเงาตามตัวแค่นั้นก็สุขใจ คู่ขาปาท่องโก๋
User avatar
Ton_All my Words
Member
Member
 
Posts: 24
Joined: Tue Oct 30, 2007 5:44 pm
Location: ดินแดนแห่งความรัก

Postby บอล on Wed Dec 12, 2007 11:40 am

สาระ สาระ
Image
วันนั้นวันนี้พรุ่งนี้วันที่เท่าไรวันไหนวันนั้นที่ฉันก็ยังรอเทอวันนั้นที่รอตั่งแต่แรกเจอพรุ่งนี้ก็ยังจะรอแต่ฌทอเรื่อยไป
User avatar
บอล
Member
Member
 
Posts: 23
Joined: Wed Oct 24, 2007 8:53 pm
Location: บอกไปเพี่อ??


Return to พักผ่อนหย่อนใจ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron